|
สวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงนั้น มักจะคราคร่ำไปด้วยผู้คนชาวกรุง
ที่พยายามแสวงหาธรรมชาติ และการพักผ่อนอย่างสงบเงียบ ปราศจากเสียงรบกวน ซึ่งหาได้ยากเต็มทีจากสังคมเมืองหลวง
ในสวนสาธารณะแห่งนี้ก็เช่นกัน เป็นศูนย์รวมของผู้คนชาวเมืองหลวง ลูกของผู้คนชาวเมืองหลวง
หาบเร่ร้องเสนอขายสินค้า ช่างภาพเถื่อน น้ำพุ และเก้าอี้ไม้สำหรับนั่งพักผ่อน

ในวันนี้ เก้าอี้ไม่ได้กลายเป็นพระเอกประจำวัน
แทนที่จะเป็นช่างภาพเถื่อนอย่างวันก่อนๆ เหล่าฝูงชนที่เรียกตัวเองว่า ไทยมุง
แฟนคลับ ต่างรุมล้อมเบียดเสียดกันเข้ามามุงเก้าอี้ไม้ข้างๆ บ่อน้ำพุอย่างแน่นหนา
"ถอยก่อนครับ....
ถอยก่อน อันตรายนะครับ" ฝ่ายเจ้าหน้าที่ต่างช่วยกันดันฝูงชนที่มุงเข้ามา
ให้ถอยห่างออกไป แต่ไร้ผล ฝูงชนต่างเบียดเสียด แย่งกันอยู่ข้างหน้าๆ เพื่อจะจ้องกล่องกระดาษสีน้ำตาลบนเก้าอี้ไม้นั่นให้ชัดๆ
"เฮ้ย!
บอกให้ถอยก็ถอยสิ ดูแล้วได้อะไรขึ้นมา"
นายตำรวจหนุ่มชักยัวะ
"โอ้โห! เราเรียนมาทางนี้นะ
จะไม่แบ่งให้เราดูบ้างเหรอ "
ไทยมุงรายหนึ่งโวย
"ใช่ๆ นี่ไปเข้าคอร์สอบรมมาตั้งหลายเดือน
กว่าจะมุงได้ขนาดนี้" เสียงไทยมุงอีกรายตอบรับ
ด้วยน้ำเสียงแสดงความภาคภูมิใจ ในความสามารถของตน
ในที่สุดทางตำรวจยอมแพ้
หันไปพูดกับผู้บังคับบัญชาแทน
"เราจะเอายังไงดีครับท่าน"
นายตำรวจเพิ่งจะร้อนใจในกล่องกระดาษสีน้ำตาลใบนั้น
"จะให้พวกผมกู้เลยมั้ยครับ"
"อืมม..."
นายตำรวจระดับบิ๊กทำท่าใช้ความคิดอย่างน่าหมั่นไส้
"แต่ผมคิดว่า
เราควรจะรอหน่วยกู้ระเบิดของทางกรมตำรวจเขา จะดีกว่านะ สมชัย"
สมชัยทำท่าอึดอัด ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะพูดความในใจออกมา
หรือจะเก็บเงียบไว้ดี ความรู้สึกสองอย่างแข่งกันอย่างหนัก ระหว่างฝ่ายพูดกับฝ่ายเงียบ
แต่ในที่สุดฝ่ายพูดก็ชนะไปหวุดหวิด 3-2 เซ็ท
"เอ่อ...ท่านครับ
ขอให้ผมกู้เองเถอะ ผมจะขอดังบ้างไม่ได้หรือครับ"
"อืมม..."
ทำท่าใช้ความคิดอีก ทั้งๆ ที่ไม่น่าจะต้องคิดอะไรมากมายเลย "อย่าดีกว่านะ
สมชัย คือผมเกรงว่ามันจะเป็นอันตรายกับคุณมากกว่า ทางกรมตำรวจยังไม่อยากจะเสียคุณไป"
สมชัยได้ฟังเข้าถึงกับน้ำตาคลอ
"โอ! ท่านครับ ผมละซาบซึ้งจริงๆ ที่ทางกรมให้ความสำคัญกับผมถึงเพียงนี้"
"ใช่แล้ว ถ้าขาดคุณไป
คงไม่มีใครเปลี่ยนดอกไม้ในแจกันผมแน่ๆ เลย"
บรรยากาศของสวนสาธารณะในตอนนี้
ดูอึกทึกจอแจไปหมด กลุ่มไทยมุงยังคงยืนหยัดรอชมการกู้ระเบิดกันถ้วนหน้า
"ฉันว่าบางทีมันอาจจะไม่ใช่ระเบิดนะ"
เสียงหนึ่งดังขึ้นในกลุ่มไทยมุง ซึ่งก็เป็นที่คุ้นหูกันดีสำหรับไทยมุงคนอื่นๆ
เพราะในปีท่องเที่ยวนี้ ไปมุงด้วยกันมาแล้วกว่า 60 จังหวัด
โดยไม่ต้องเหลียวไปมองหน้า เสียงแก่ๆ
เสียงหนึ่งก็โพล่งขึ้นมา
"แกมันไม่รู้อะไร ลักษณะอย่างนี้ ระเบิดแน่นอน" ลุงคนนั้นกระแอมนิดหนึ่ง
"ถ้างั้นมาพนันกันดีกว่า
ฉันขอเล่นเสมอว่าเป็นระเบิดแน่ เอาไหมไอ้ทิด"
"ต่อ 3-2 เลยสิลุงกรณ์
ถ้า 3-2 ผมรองสองร้อยเลย"
"3-2 หรือไอ้ทิด"
ลุงกรณ์พูดเบาๆ ท่าทางกำลังครุ่นคิด
ลุงกรณ์นี้เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ไทยมุง เพราะไม่ว่าจะมุงดูอะไร แกก็จะหาเรื่องมาพนันขันต่อได้
ไปซะทุกเรื่อง ทั้งๆ ที่ส่วนมากจะเสีย แต่ก็ยังไม่รู้จักเข็ด
"ตกลงว่ะ...
ไอ้ทิด ตกลงเลย"
"โธ่เอ๊ย!
ไอ้ที่จะมาพนันว่าใช่ระเบิดรึเปล่าน่ะ เด็กๆ มันเล่นกัน" เสียงยาวๆ
โพล่งมาอีกเสียงหนึ่ง "มาเล่นกับผมอย่างงี้ดีกว่า
มาพนันกันว่า ตำรวจที่มากู้ระเบิดเนี่ย จะตายหรือไม่ตายดีมั้ย... ใครสนใจบ้าง"
มีเสียงรับต่อๆ กันเซ็งแซ่
จนเหล่าตำรวจชักเสียว พากันถอยห่างจากเก้าอี้ไม้ตัวนั้น ฉับพลันเหล่าไทยมุงก็โห่ร้อง
กรี๊ดกร๊าดกันอย่างยินดีสุดขีด บางคนถึงกับลงไปชักด้วยความปลื้มปิติ
"เขาโห่อะไรกันหรือ
สมชัย" นายตำรวจใหญ่เอียงคอถาม
"นั่นไงท่าน
พวกหน่วยกู้ระเบิดมาแล้ว" สมชัยตอบ
หน่วยกู้ระเบิดของกรมตำรวจหน่วยนี้
เป็นหน่วยที่มีชื่อเสียง เป็นที่กล่าวขานกันไปทั่ววงการแพทย์ และวงเหล้าสัปเหร่อทุกหัวระแหง
เดิมทีหน่วยนี้ ประกอบด้วยนายตำรวจหลายสิบคน แต่จนถึงวันนี้... เหลือเพียงสามเท่านั้น
พอถึงที่หมาย หน่วยกู้ระเบิดทั้งสามต่างกระโจนเข้าใส่กล่องกระดาษสีน้ำตาลทันที
เหล่าไทยมุงเงียบเสียง จนได้ยินเสียงโฆษณาจากทีวี
แว่วมาจากอีกมุมเมือง เป็นโฆษณาที่นักร้องสาวของไทย พยายามจะขม้ำหัวฟู ของนักร้องฝรั่งผิวดำ
แกล้มน้ำอัดลม แต่งับผิด ตอนจบเลยหันมายิ้มแหยๆ กับคนดู
ฝ่ายสมชัยร้อนใจสุดจะทนนิ่งเฉยอีกต่อไป
เขาจะต้องสร้างวีรกรรมให้กระฉ่อนเกรียวกราวให้ได้ การแสดงความกล้าหาญครั้งนี้
อย่างน้อยก็อาจจะทำให้เมียและลูกชายวัย 3 ขวบที่บ้าน เลิกรังแกเขาเสียที
ไวเท่าความคิด สมชัยปราดเข้าไปคว้ากล่องกระดาษนั้นทันที
"เฮ้ย! นั่นคุณจะทำอะไรน่ะ"
หน่วยกู้ระเบิดคนหนึ่งโวย ส่วนอีก 2 คนนั่น รีบกระโจนหายเข้าไปในกลุ่มไทยมุงแล้ว
"วางลงซี่ เฮ้ย! อย่าเล่น... วางลง"
สมชัยไม่สนใจ เขาแกะกล่องกระดาษต่อไป
เขาแง้มฝากล่องขึ้นนิดหนึ่ง มีวัตถุสีทึมๆ อยู่ในนั้น เขาผงะนิดหนึ่ง และเริ่มทบทวนความคิดใหม่
เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มใบหน้า และย้อยใส่กล่องจนเปียกแฉะ นั่นทำให้สมชัยเกิดความกล้าขึ้นอีกครั้ง
"ถ้าเป็นระเบิดก็คงด้านแล้วล่ะ"
เขารำพึง "แฉะออกอย่างนี้"
ในที่สุด เขาก็ตัดสินใจ ล้วงวัตถุนั้นออกจากกล่อง

"นี่มันตุ๊กตานี่หว่า"
สมชัยผิดหวัง นี่หรือวีรกรรม แต่... "เออ ก็ยังดี
จะได้เอาไปให้ลูกเล่น ไม่งั้นเดี๋ยวมันจะรังแกเราอีก"
"มันเป็นตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์รูปตำรวจเทศกิจ
ที่เจาะสมองซีกซ้ายไว้หยอดเหรียญออมสินด้วย"
ทางกลุ่มไทยมุงเริ่มมีการเคลื่อนไหว
โดยเฉพาะลุงกรณ์ ซึ่งดูจะร้อนตัวที่สุด
"เป็นไงลุงกรณ์
บอกแล้วว่าไม่ใช่ระเบิด จ่ายมาซะดีๆ"
"เดี๋ยวๆ ในตุ๊กตานั่นอาจมีระเบิดก็ได้นี่หว่า"
ลุงกรณ์ตะโกนลั่น
"ชัวร์... ระเบิด ชัวร์"
สมชัยได้ยินแล้วรำคาญเต็มทน เลยลงทุนควักเหรียญบาทรุ่นจิ๋ว
หยอดให้ดูเป็นขวัญตา "ออมสินน่ะ ไม่ใช่ระเบิดหรอก"
"ไม่จริงๆ
นี่แหละระเบิดเวลาระบบใหม่ พอหยอดเหรียญแล้วมันจะระเบิดภายใน 20 ปี"
ลุงกรณ์เถียงหน้าด้านๆ "รุ่นนี้ รัสเซียนิยมผลิตมากเลย"
"อ้าว... ได้ไงลุง
แบบนี้โกงกันชัดๆ นี่หว่า"
ไอ้ทิดโวย
"ใครเบี้ยวเอ็งวะไอ้ทิด
ก็รอไปอีกสัก 20 ปีสิ ถ้ามันไม่ระเบิดข้าก็จะยอมจ่าย"
เสียงของไทยมุงเริ่มเซ็งแซ่ บางคนบอกว่าลุงกรณ์ขี้โกง
ตามจริงระเบิดรุ่นนี้ แค่ 18 ปี ก็ระเบิดแล้ว บางคนส่ายหัวด้วยความผิดหวัง
ที่หน่วยกู้ระเบิด ไม่มีใครหล่อๆ เลย...
ห่างออกไปจากกลุ่มไทยมุงไม่มากนัก
แม่ลูกคู่หนึ่ง กำลังจูงมือเดินด้วยกันมา
"เค้ามุงอะไรกันคะแม่"
ลูกสาววัย 8 ขวบ ร้องถาม
"อย่าไปสนใจเลยลูก
รีบกลับบ้านกันดีกว่า มาตั้งแต่เช้าแล้ว ยังไม่เบื่ออีกเหรอ"
"แม่อย่าผิดสัญญาสิคะ
ที่แม่บอกว่าจะซื้อตุ๊กตาออมสินให้หนูใหม่"
"เออน่า...
ไม่ลืมๆ แกนี่แย่จริงๆ อุตส่าห์ซื้อให้แล้วเมื่อเช้า ดันไปลืมทิ้งไว้ที่ไหนอีก"
"โธ่! แม่ก็.."
ลูกสาวโอดครวญ
"เอ้า.. เอาเงินไปซื้อซะ"
ผู้เป็นแม่ควักแบ๊งค์ร้อยให้ลูกสาว "แล้วเดี๋ยวแม่นั่งรออยู่ใต้ต้นไม้โน้นนะ
ตรงเก้าอี้สีฟ้าๆ โน่นน่ะ"
สักครู่ลูกสาวก็วิ่งกลับมาด้วยใบหน้าระรื่น
พร้อมกล่องตุ๊กตา สองแม่ลูกนั่งคุยกัน หยอกล้อกันอย่างมีความสุข จนคนที่ผ่านไปมา
อดเหลียวมามองไม่ได้
บนโต๊ะอาหารค่ำที่บ้านของแม่ลูกคู่นั้น
"แม่ขา"
ลูกสาวร้อง "หนูมีเรื่องจะพูดค่ะ แต่แม่ต้องไม่โกรธหนูนะ"
"ไม่หรอกจ้ะ"
น้ำเสียงแสดงถึงความใจดี
"หนูลืม...
ตุ๊กตาไว้ที่สวนสาธารณะอีกแล้วค่ะ..."
ลูกสาวเอ่ยเสียงเบาๆ...

หมายเหตุ : ถ้ายังไม่เบื่อก็อ่านตอนเริ่มเรื่องต่อเลย
เพราะเรื่องนี้ยังไม่จบ
|