ฉบับที่ 40 กรกฎาคม 2533 "สุขภาพ" หมูบาน


คุณยายยืนกวาดใบไม้ที่ร่วงหล่นเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นหญ้า ใบของมันเหลืองไปตามวันวัย สีเขียวยังคงมีแต้มตามอยู่บ้าง คุณยายไม่เคยปล่อยให้ใบของมันต้องแห้งกรอบ คุณยายช่างขยันกวาดมันเสียจริง จนฉันสงสัย

"คุณยายไม่เหนื่อยหรือคะ ทำไมไม่รอให้มันร่วงเยอะๆ ก่อน แล้วค่อยกวาดมันทีเดียว" ฉันถาม

"ไม่หรอกจ๊ะหลาน ยายชอบ หลานจะรอให้ใบมันร่วงลงมาเยอะๆ ก่อนแล้วค่อยกวาดทีเดียว กับค่อยๆ กวาดมันไปทีละเล็กทีละน้อยทุกวัน หลานว่าอย่างไหนมันจะเหนื่อยกว่ากันล่ะจ๊ะ" คุณยายยังคงกวาดไปเรื่อยๆ ขณะที่ตอบคำถามของฉัน ฉันไม่ได้ตอบคุณยายออกไป แต่คำตอบในใจของฉันก็คือ ฉันเลือกกวาดทีเดียว

คุณยายทำสวนครัวไว้หลังบ้าน ฉันชอบไปนั่งข้างๆ ต้นตำลึง ดูการไหลวนของต้นมัน ฉันรู้สึกแปลกใจและทึ่งในความพิเศษของมัน คุณยายพักการรดน้ำจากต้นกะเพราะ แล้วเดินมานั่งลงข้างๆ

"หลายรู้มั้ยจ๊ะว่าตำลึงมีประโยชน์อะไรบ้าง" คุณยายมองหน้าฉันยิ้มๆ ฉันส่ายหน้าด้วยว่าไม่รู้ รู้แต่ว่าฝีมือทำ ต้มจืดหมูบะช่อใส่ตำลึง ของคุณแม่นี่อร่อยที่สุด

ฉันรีบแลบลิ้นเพื่อเลียน้ำลายหยดเล็กๆ ที่มันกำลังจะเล็ดลอดออกมา คุณยายมองฉันอย่างขันๆ คงจะขำ ที่ฉันไม่ยอมตอบ แถมยังทำกริยาแปลกๆ ออกมาเสียอีก

"ใบและยอดอ่อนของมันที่เรากินเข้าไปนี่ มันจะช่วยย่อยอาหารจำพวกแป้ง และเวลาที่หลานถูกขนหมามุ่ยมานะ เค้าจะใช้ใบสดของมัน มาตำให้ละเอียด แล้วเติมน้ำซาวข้าวและพิมเสนลงผม จากนั้นก็เอามาพอก มาทาตรงที่ถูกขนหมามุ่ยนั่นแหละ กินเยอะๆ นะ จะทำให้ตาของหลานสวย"

ฉันทำท่าทึ่ง เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ที่เจ้าตำลึงต้นนิดเดียว จะทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง แต่ก็แปลกที่ฉันกลับจำมันได้ทุกคำที่คุณยายบอก

กองหนังสือที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้าของฉัน ราวกับว่ามีอยู่ด้วยกันสักร้อยเล่ม มันทำให้ฉันรู้สึกพะอืดพะอม และอยากจะลุกเดินหันหลังให้กับมัน เสียทุกครั้งที่เริ่มเปิดอ่านแค่เพียงบรรทัดแรก

ฉันคิดถึงคุณยาย น้ำตาไม่เคยปรานีคนอ่อนแออย่างฉัน มันไหลมารอและคลออยู่ที่ของตา ชีวิตของคนๆ หนึ่งย่อมโตไปตามกาลเวลา ฉันค่อยๆ ห่างคุณยายออกมาทีละเล็กทีละน้อย ก้าวเข้าไปอยู่ในโลกของเด็กวัยเริ่มสาว สิ่ง ที่รายล้อมอยู่ตรงนั้นมันคือความสดใส ความสนุกสนาน และสิ่งที่พิเศษกว่าเจ้าตำลึงต้นนั้นก็คือ การที่มีสายตาของใครบางคน จับจ้องฉันอยู่อย่างเงียบๆ แต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันไม่เงียบ และเปิดเผยพอให้ฉันจับความรู้สึกนั้นได้ โลกของฉันไกลออกมาจากสวนครัวของคุณยาย ฉันอยู่ในส่วนที่ฉันสร้างขึ้น ฉันลืมคุณยายไปเสียสนิท แล้วคุณยายล่ะ โลกของคุณยายยังโอบอุ้มฉันไว้อยู่เสมอ ด้วยแขนที่เหี่ยวย่นคู่นั้นใช่มั้ย น้ำตาไหลลงกระทบกับหนังสือ ฉันหลับตาลง

คุณยายกับฉันนั่งแกว่งชิงช้าไปมาเบาๆ เรานั่งคุยกันตั้งแต่หลังกินอาหารเย็นเสร็จ ลมตอนใกล้ค่ำไม่ค่อยโชย ยุงชักเริ่มมากวนที่ขาของฉัน คุณยายหยุดชิงช้าลง แล้วก็หายไปทางหลังบ้าน สักพักก็กลับมาพร้อมกับกิ่งของต้นกะเพรา คุณยายขยี้ใบกะเพรา และวางไว้ที่ใกล้ขา ฉันได้แต่จ้องมองคุณยายไปตลอด

"ยุงไม่กวนแล้วใช่มั้ยจ๊ะ"

นับวันฉันยิ่งพิศวงในตัวคุณยายเพิ่มขึ้น คุณยายมีอะไรหลายๆ อย่างที่น่าจดจำและเรียนรู้

"ดึกแล้วหลาน ประเดี๋ยวน้ำค้างจะลง เข้าบ้านกันเถอะ"

"ค่ะ คุณยาย"

ตกดึกคืนนั้นฉันไม่สบายหนักอย่างไม่มีวี่แววมาก่อน เสียงไอของฉันปลุกคนทั้งบ้านตื่น คุณแม่หาผ้าชุบน้ำหมาดๆ มาเช็ดที่หน้าและตัวของฉัน คุณพ่อเดินไปหายาที่ตู้ยา ส่วนคุณยายหายไปในครัว และกลับมาพร้อมยาแก้ไอสูตรของคุณยาย คุณแม่ถามว่าอะไร คุณยายตอบว่าเป็น กระเทียม 2-3 กลีบ โขลกและผสมกับน้ำส้มสายชู แล้วคั้นเอาแต่น้ำ คุณแม่ทำท่าจะห้ามคุณยายไว้ แต่ก็ช้าเกินไป คุณพ่อกลับเข้ามาดูอาการของฉัน พร้อมกับมือที่ว่างเปล่า

"ยาหมด" คุณพ่อบอกคุณแม่

ฉันยังไอ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเอาง่ายๆ จากนั้นก็อาเจียน คุณยายหายกลับเข้าไปในครัวอีก และกลับมาพร้อมกับน้ำต้มขิง คุณยายจะให้ฉันดื่ม แต่คราวนี้คุณแม่ไม่ยอม คงจะด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าอาการของฉันจะหนักขึ้นไปอีก คุณแม่ปัดถ้วยน้ำขิงหก คุณพ่อตัดสินใจรีบพาฉันไปโรงพยาบาล ไม่นานฉันก็ดีขึ้น คุณหมอบอกว่าฉันเป็นไข้หวัดใหญ่ ฉันกลับบ้านมานอนซมอีกสองวัน แต่สองวันนี้ ฉันไม่ค่อยได้เห็นคุณยายเลย ฉันถามแม่ว่า

"คุณยายไปไหน?" แม่ตอบว่า "คุณยายกวาดใบไม้และก็คงจะอยู่ในสวนครัวทั้งวัน" ฉันได้แต่นึกตำหนิคุณยายอยู่ในใจว่า ทำไมคุณยายถึงไม่ห่วงฉันบ้าง ใบไม้ปล่อยให้มันรกสักวันสองวัน จะเป็นอะไรไป

เมื่อฉันหายดีแล้ว ความรู้สึกน้อยใจต่อคุณยายนั้นยังอยู่ และมันทำให้ฉันสร้างกำแพงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ฉันกับคุณยายคุยกันน้อยลง บางวันแทบจะไม่ค่อยได้คุณกันด้วยซ้ำ และบางคืน เมื่อฉันมองลงมาจากทางหน้าต่างในห้องนอน ฉันเห็นคุณยายนั่งไกวชิงช้าอยู่คนเดียว พอคุณยายเงยหน้าขึ้นมา และมองเห็นฉัน ฉันกลับหลบ รอสักพักหนึ่ง ฉันจึงแอบดูคุณยายต่อ คุณยายก้มหน้าลง ชิงช้าไม่ไกวตัว ท้องฟ้าคืนนี้ มีดาวแสนเหงาประดับอยู่ น้ำค้างที่พรมทั้งคืน คุณยายจะฝืนความชื้นไว้ได้อย่างไร ฉันเสียใจยิ่งนัก ที่คืนนั้นฉันไม่กล้าสบตา และยิ้มให้คุณยาย น้ำค้างในคืนฟ้าเหงา มันไม่อาจกัดกร่อนกำแพงที่ฉันสร้างขึ้นมาได้

 

ฉันมีครอบครัวแล้วในวันนี้ มีลูกสาวหนึ่งคน ฉันอุ้มเธอไว้ในวงแขนกระชับ นั่งโล้ชิงช้าตัวเก่า นึกถึงกองหนังสือที่วางเรียงราย และมันแทบจะล้มทับใส่ฉันเมื่อวันใกล้สอบ ใบไม้แห้งกรอบปลิวเกลื่อนไปทั่วพื้นหญ้าตามแรงลม "ฉันชอบกวาดมันทีเดียวนะคุณยาย"

ฉันมองดูลูกสาวของฉัน เมื่อเธอโตขึ้น ฉันจะสอนให้เธอปลูกต้นไม้และทำสวนครัว และสอนเธอ ว่าอย่าปล่อยให้ใบไม้แห้งกรอบ จงกวาดมันทุกๆ วันเหมือนอย่างคุณยาย ไม่ใช่อย่างฉัน



^ กลับด้านบน ^




ฉันแอบชอบเธออยู่
เงียบๆ ...เธอคงไม่รู้สินะ
ฉันแอบคิดถึงเธอ
คนเดียว... เธอคงไม่รู้สินะ
ฉันเคยฝันถึงเธอ
เพียงลำพัง.... เธอก็คงไม่รู้เช่นกัน
ดีแล้วที่เธอไม่รู้
เพราะเมื่อคืนฝันนั้นลามกมาก

กระหน่ำกมล