|
คงเคยมีบ้างที่ถูกหลอกเมื่อครั้งยังแก้ผ้าวิ่งเล่นซ่อนหากันว่า "อย่าเล่นซ่อนหาตอนกลางคืนนะ
ผีมันจะมาลักตัวไป" หรือเมื่อตอนแรกแตกเนื้อสาวเปรี๊ยะๆ อยู่ก็จะมีเสียงแม่แจ้วๆ
มาในครัวว่า "นี่ หั่นผักให้สั้นหน่อยสิจ๊ะ อยากมีแฟนอยู่ไกลหรือยังไง"
แต่พอเริ่มเป็นสาวใหญ่ใจกล้าขึ้นมา ก็ยังไม่วายจะต้องแย่งขนมชิ้นสุดท้าย
ในจานเสมอ.. เผื่อฟลุ้คได้มีแฟนหล่อกับเขาบ้างปะไร...
ความเชื่อ
วนเวียนอยู่ในชีวิตเรามาเกือบตลอดชีวิต แต่ก็ไม่ถึงกับมีบทบาท (ก็ควรจะเป็นอย่างนั้น)
เปิดกระป๋องจึงรวบรวมความเชื่อต่างๆ มาจัดแจงเป็นหมวดหมู่ให้น่าดูยิ่งขึ้น
แต่ถ้าจะถามว่ามีที่มาอย่างไรและเมื่อไหร่ คงค้นหารากเหง้ามาเปิดให้ไม่ได้
ที่มีหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอัน ก็เป็นแต่สวัสดิรักษาของสุนทรภู่
นอกนั้นเท่าที่ค้นคว้ารวบรวมสอบถามได้บ้างจากหนังสือความเชื่อของชาวบ้านแล้ว
ยังได้มาจากตัวชาวบ้านเองโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ ญาติพี่น้อง หรือวงสนทนาของเพื่อนฝูง
แบ่งได้ดังนี้

ประเภทสิริมงคล
เป็นความเชื่อของคนโบราณ
เกี่ยวกับความเป็นสิริมงคลและความอัปมงคล ความเจริญก้าวหน้าในชีวิต เรียกได้สั้นๆ
ว่า 'ถือ' คาดว่าคงย่อมาจากคำว่า เชื่อถือ ความเชื่อประเภทนี้มีปรากฏใน
"สวัสดิรักษา" ของสุนทรภู่ ที่ท่านแต่งไว้ถวาย พระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าอาภรณ์
โอรสในรัชกาลที่ 2
กล่าวถึงสิ่งที่ควร ไม่ควรในสมัยก่อน ในหนังสือแบบเรียนภาษาไทย (ท
401) กล่าวไว้ว่า
"สวัสดิรักษา
แสดงให้เห็นหลักปฏิบัติในชีวิตประจำวันของคนไทย เป็นคติโบราณที่สอนสืบต่อๆ
กันมาให้ชนรุ่นหลังๆ ปฏิบัติเพื่อความดีงามแต่ส่วนรวม"
ซึ่งทั้งหมดเป็นความเชื่อที่สอนในส่วนที่เป็นสิริมงคลแก่ผู้กระทำทั้งสิ้น
เช่น
อนึ่งเล่าเข้าที่ตรีไสยาสน์
อย่าประมาทหมั่นคำนับลงกับหมอน
เป็นนิรันดร์สรรเสริญเจริญพร
คุณบิดรมารดาคุณอาจารย์ฯ
หรือแบบชาวบ้านก็จะมี
ห้ามนอนหัวหัวไปทางทิศตะวันตก
ห้ามเหยียบหรือข้ามหนังสือ
จิ้งจกทัก ห้ามออกจากบ้าน (ถ้าเป็นสมัยนี้คงได้ออกจากงาน)
เอาไม้กวาดตีกัน ชีวิตจะไม่เจริญ
ถ้าเหยียบข้าวสุก เชื่อว่าจะทำมาหากินไม่ขึ้น
ห้ามใช้ของร้าว เช่นแก้วหรือถ้วยชาม เพราะจะทำให้เกิดความแตกร้าวในครอบครัว
ห้ามปลูกต้นลั่นทม ระกำ ซ่อนกลิ่นไว้ในบ้าน
ต้นไม้ต่างๆ ที่เขาห้ามปลูกนั้น
เป็นเพราะลักษณะที่พ้องเสียงเป็นสำคัญ อย่างต้นลั่นทม ฟังแล้วคิดถึงความระทม
ระกำนั้นก็ชอกช้ำ ซ่อนกลิ่นยิ่งร้ายใหญ่ ก็ชื่อเดิมมีว่าดอกซ่อนชู้
ส่วนต้นไม้ที่นิยมให้ปลูกกันก็เช่น
มะยม เพื่อคนนิยมชมชอบ
มะขาม ชาวบ้านจะได้เกรงขาม
ชมพู่ เป็นที่ชื่นชมของคนทั่วไป
ขนุน มีผู้สนับสนุนค้ำจุน
จะว่าเป็นความเชื่อที่งดงามก็ได้
แต่ดูให้ดีแล้ว ต้นไม้ประเภทหลังนี้ ล้วนแต่เป็นผลไม้รสอร่อยทั้งสิ้น เอาเป็นว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ
รู้ไว้แล้วได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งนั้น ว่าแต่ว่า บ้านของผู้เขียนเป็นทาวน์เฮ้าส์นะซี
จะปลูกได้อย่างไรล่ะทีนี้

ห้ามตัดผมวันพุธ
ในเรื่องห้ามตัดผมวันพุธนี้
ดูเหมือนว่าในหลายๆ ที่ยังคงเชื่อถือกันอยู่ ร้านตัดผมส่วนใหญ๋จะหยุดบริการในวันพุธ
เนื่องจากไม่ค่อยมีใครเข้าร้าน แต่บางตำราก็บอกว่า วันพุธห้ามทำอย่างอื่นอีก
"ห้ามเผาผีวันศุกร์
โกนจุกวันอังคาร แต่งงานวันพุธ"
เรื่องของการห้ามตัดผมวันพุธ
เป็นที่ประทับใจชาวไปยาลใหญ่มาก อย่างน้อยพี่หมีควายของเราก็เคยมีประสบการณ์เรื่องที่ว่านี้มาแล้ว
สมัยเป็นนักเรียน พี่หมีฯ ผมยาวและเฮี้ยวอย่าบอกใคร ครูสั่งให้ตัดผม เขาอ้างคำโบราณทันที
"วันพุธห้ามตัดผม" ครูก็เลยต้องยอมสะกดใจไปหนึ่งวัน
พอวันรุ่งขึ้น ครูมองตา เขาอุทธรณ์เป็นกลอนสดทันที "วันพฤหัสฯ
ห้ามถอน"
ครั้นพอถึงวันศุกร์ ผมบนหัวพี่หมีควายก็มีอันเป็นไป
สั้นเต่อจนน่าเกลียด ด้วยฝีมือครูนั่นเอง ยังดีนะที่ครูมีความเชื่อว่า "ห้ามเผาผีวันศุกร์"
มิฉะนั้นเขาคงกลายเป็นจุลไปแล้ว

ประเภทหลอกเด็ก
ประเภทนี้มักไม่ค่อยมีเหตุผล
เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่กุขึ้นมาใช้หลอกเด็กด้วยเหตุผลต่างๆ กัน โดยการยกเอาเรื่องดีๆ
มาเป็นสิ่งจูงใจ หรือเอาเรื่องร้ายๆ มาห้ามปราม เช่น
เด็กๆ ห้ามกินกับข้าวเล่น
จะเป็นตาลขโมย (เปลือง)
กินข้าวเย็นที่เหลือ หน้าจะนวล (ประหยัด)
ดมดอกไม้ในแจกันพระ จมูกจะบี้ (สัมมาคารวะ)
ด่าพ่อแม่ ปากจะเท่ารูเข็ม
นั่งบนหมอน ก้นจะเป็นฝี (รู้ที่ถูกที่ควร)
ห้ามเย็บผ้าคาตัว จะเกิดเหตุร้าย (อันตราย)
ถ้านอนกิน ชาติหน้าจะเป็นงู (จะสำลัก)
หรืออย่างในภาคใต้ มีความเชื่อที่ร้องเป็นกลอนกันว่า
"ข้าวร้อนแกงร้อนจะพึ่งใคร พึ่งเรือก็เรือหัก
พึ่งหลักก็หลักไหล" หมายความว่า ในการกินข้าว เด็กๆ ควรกินข้าวเย็นที่เหลือกับแกง
อย่ากินข้าวที่เพิ่งหุง (ประหยัด)
ที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่
ยกเอาเรื่องต่างๆ มาหลอกเด็ก โดยมีเหตุผลจริงๆ แฝงอยู่ แต่ที่จะกล่าวต่อไปนี้
เป็นเรื่องหลอกเด็ก ที่ไม่น่าให้อภัยอย่างยิ่ง ถือว่าเป็นประเภทเดียวกับพ่อแม่ที่ชอบหลอกเด็กว่า
"ไม่หยุดร้องไห้ ตุ๊กแกจะมากินตับ"
นั่นทีเดียว
ห้ามชี้รุ้ง นิ้วจะกุด
(บางขนานยังมีวิธีให้แก้อีกด้วยว่า ต้องเอานิ้วไปจิ้มก้นมาดม จึงจะหาย)
อยากว่ายน้ำเป็น ให้เอาแมลงปอมากัดสะดือ
กินมดตัวหนึ่ง โง่ไปเจ็ดวัน
ถ้าถูกตุ๊กแกเกาะ ให้กินน้ำ 3 ตุ่ม
ถ้าเป็นหูด ให้ใช้ไม้เช็ดก้นแคะ (สมัยโบราณยังไม่มีกระดาษชำระ ต้องใช้กิ่งไม้เช็ดก้น)
กินกล้วยแฝด ต่อไปจะมีลูกแฝด
กินฝามะพร้าว โตขึ้นจะปากจัด

ประเภทหนุ่มสาวกับความรัก
เป็นความเชื่อที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน
คงเป็นเพราะคนหนุ่มสาวเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์งานออกมา เรื่องคนหนุ่มสาว
จึงไม่เคยล้าสมัย... แต่ความเชื่อเหล่านี้น่าจะ... ปล่อยให้ล้าสมัยเสียบ้าง
กินขนมชิ้นสุดท้ายจะได้แฟนหล่อ
(สวย)
ร้องเพลงในครัว จะได้แฟนแก่
หั่นผักช่วงยาว จะได้แฟนไกล
ห้ามกินข้าวซ้อนจาน แฟนจะนอกใจ
เป็นผู้หญิงห้ามกินตีนไก่ เชื่อว่าจะแย่งสามีคนอื่น
ถอนแหวนจากมือคนอื่น เชื่อว่าจะแย่งแฟนเขา
ให้ผ้าเช็ดหน้ากัน เชื่อว่าจะต้องหมางใจกัน
กินข้าวเกลี้ยงจาน หน้าจะเกลี้ยงสวย
ความเชื่อของหนุ่มสาว
นอกจากจะมีที่สืบทอดมาแต่โบราณ ในปัจจุบันยังมีการสร้างความเชื่อกันขึ้นมาใหม่อีก
เพื่อปลอบใจตัวเอง หรืออย่างไรก็ไม่ทราบ
คงพอจะเคยได้ยินถึงการนับตัวเลขตั๋วรถเมล์ที่ว่า
ผลบวกของเลขสุดท้าย 3 ตัวรวมกัน แล้วลงท้ายด้วย 1 จะได้พบเนื้อคู่ หรือผลบวกของเลขทั้งหมดในตั๋ว
ยกกำลัง 2 บวกกับเลขตัวแรกกับตัวท้ายสุด อะไรทำนองนี้ ซึ่งผู้เขียนไม่สามารถนำมาเปิดกระป๋องให้ได้ถ้วนถี่
เพราะหลายขนานเหลือเกิน ถ้าใครรู้จริงลองเขียนมา

ประเภทสยองขวัญ
ความเชื่อประเภทที่ขุดเอาคนตาย
นรก สวรรค์ และคาถาอาคม ทางไสยศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ยังคงเหลืออยู่ในความเชื่อ
ตามหมู่บ้านในชนบท หรือคนเฒ่าคนแก่ ส่วนในเมืองที่มีแสงเสียงอึกทึกตลอดเกือบ
24 ชั่วโมง ภูติผีปีศาจคงไม่กล้าออกมาเพ่นพ่านให้เห็นเป็นแน่ ขืนออกมาเที่ยวหลอกหลอน
อาจจะหลงทางกลับหลุมไม่ถูก... แย่อีกต่างหาก ความเชื่อประเภทนี้ใช้ความน่ากลัวเป็นหลัก
ให้สยดสยองไว้ก่อน
ผิวปากกลางคืน ผีจะมาตบปาก
ตากผ้ากลางคืน กระสือจะมาเช็ดปาก
ถ้าชมว่าเด็กน่ารัก ผีจะมาเอาตัวไป
เล่นของมีคมกัน ผีจะผลัก
ถ้าได้ยินเสียงแปลกปลอมกลางดึก อย่าทัก ของจะเข้าตัว
ไม่อยากโดนผีหลอก ให้นอนแก้ผ้า (ใครเลยจะน่าสงสาร และอุจาดตาเท่าคนกลัวผี)
เวลาคนหามโรงศพผ่าน ถ้ามองลอดใต้หว่างขาจะเห็นผี
ห้ามเผาศพก่อน 3 วัน เพราะวิญญาณอาจกลับมาเข้าร่าง (คล้ายๆ กับผีดิบคืนชีพ)
ห้ามเผาศพวันศุกร์ ศพจะไม่ไหม้ (ปัจจุบันยังเชื่อถืออยู่ ตามวัดต่างๆ จะไม่มีการเผาศพวันศุกร์)

ประเภทเบ็ดเตล็ด
เป็นประเภทที่คัดเข้ากลุ่มอื่นได้ยากมาก
แต่ก็ยังคงมีเหลือเป็นความเชื่อมาถึงปัจจุบัน อันได้แก่
ห้ามต่อรองราคาของในตอนเช้า
เพราะจะทำให้แม่ค้าซวยไปตลอดวัน
ถ้าตีงูต้องตีให้ตาย ไม่เช่นนั้นมันจะย้อนมาแก้แค้น
คนนอนละเมอ ให้หันหลังคุยด้วย จะคุยรู้เรื่อง
ถ้าสะอึก แสดงว่ามีคนบ่นถึง
เขม่นตาขวามีเรื่องร้าย เขม่าตาซ้ายมีเรื่องดี
กินข้าวแล้วช้อนกระทบกัน เชื่อว่าจะมีแขกมาเยี่ยม
ห้ามให้ของมีคมแก่กัน เชื่อว่าจะทำร้ายกันเองในภายหน้า
หรือประเภทที่เชื่อความฝันเป็นตุเป็นตะก็มี
เช่น
ฝันเห็นงู เชื่อว่าจะได้พบเนื้อคู่
ฝันว่าฟันหัก เชื่อว่าญาติผู้ใหญ่จะเสียชีวิต
ฝันถึงคนตาย เชื่อว่าเป็นการต่ออายุ

เปิดกระป๋องความเชื่อคราวนี้
อาจจะมีบ้างที่ตกหล่น ไม่ได้หยิบยกมาเขียนถึง ด้วยเนื้อที่และเหตุผลนานาแต่เท่าที่มีอยู่
คงมีบ้างที่ตรงกับความเชื่อของคุณบางคนอยู่ และอาจมีบ้างที่คุณเพิ่งเห็นที่นี่เป็นครั้งแรก
ก่อนจะเลือกเชื่อหรือเลิกเชื่อ เราแนะนำให้คุณอ่านทบทวนดูอีกซักรอบหนึ่งเถิด

|